:•: JAnE :•:'s profile:•: JAnE :•:BlogLists Tools Help

Blog


    September 25

    วันครอบครัว

    วันนี้ได้ทำอะไรสนุกๆกะป๊าเยอะแยะเลย

    ตอนกลางวันหลังจากตื่นอน อาบน้ามเสร็จแล้วก้อไปที่ร้านกับป๊าไปดูเค้าคัดไม้
    แล้วก้อไปบ้านเพื่อนป่าป๊า...บ้านเค้าใหญ่แล้วก็แบบน่าอยู่มากกก
    ต้นไม้เยอะแยะ ดอกไม้เยอะแยะ แล้วบ้านก็ติดคลองด้วย
    ที่สำคัญ คลองสะอ๊าดสะอาด...ไม่เหมือนแสนแสบแถวบ้านเรา
    แล้วก็เลยพายเรือข้ามคลองกันกะป๊าไปกินก๊วยเตี๋ยวที่ตลาดฝั่งตรงข้าม
    ทั้งพ่อทั้งลูกก็บอกว่าภายเรือเป็น...
    แล้วไง...แค่ลงเรือก้อดูกลัวๆกล้าๆกันไปใหญ่แล้ว
    พอเริ่มพาย..เท่านั้นแหละ วนอยู่กับที่คับพี่น้องคับ
    ไม่ไปไหนเลย...จนเพื่อนป่าป๊าเห็นแล้วสงสารปนสังเวท ก้อเลยอาสามาพายให้
    เย่ๆ...ละแล้วเราก้อได้กินก๊วยเตี๋ยวสะที
    อ้ออ...ที่สำมะคัญ ก๊วยเตี๋ยวชามละแค่ 15 บาทเองอ่ะ
    ถูกแล้วก้ออาหร่อยมากมาย...แบบหมูเนื้อนุ่มสุดๆ
    ไม่เชื่อท้าให้มากินเลย...
    ว่าแล้วก้ออยากกินอีก (><)

    เสร็จแล้วก้อไปดูที่ที่จะสร้างบ้านกะป๊า...แล้วก้อไปเมืองทองธานีไปดูงานเฟอร์นิเจอร์
    ว่าแต่...ได้ข่าวว่าบ้านยังไม่มีเสาเข็มสักต้นเลยนะคะ --"
    เดินไปนู่นไปนี่ อยากได้นู่นอยากได้นี่ พ่อลูกออกไอเดียกันใหญ่
    แต่ก้อแค่นั้น...บ้านยังไม่มี เฟอร์นิเจอร์ยังคงซื้อไม่ได้
    พ่อลูกบ้าเห่อ!!

    พีเอส. จะสอบแล้วเพื่อนๆตั้งใจอ่านหนังสือนะ...เราเองก้อจะพยายามจ้า
            get A กันถ้วนหน้า..สาธู๊... 
    September 24

    ทำไม??

    หลังจากที่วันนี้นั่งเล่นเนตท่องเว็บ เชคเมล์ คุยเอมเอสเอนทั้งวัน
    ก้อไปเจอกับอะไรหลายๆอย่างที่ตัวเองไม่ค่อยเข้าใจ
     
    จะมีใครในโลกนี้บ้างไหมที่ทำอะไรโดยที่ไม่หวังผลตอบแทน??
    ทำไมทุกคนที่ปากพร่ำบอกหนักหนาว่าเป็นผู้ให้...
    แต่ในทางกลับกัน...ตัวเองกลับเรียกร้องที่จะเป็นผู้รับ

    ไม่รู้สิ...ถ้าเป็นเราเราจะคิดว่า
    ถ้าคิดที่จะเป็นผู้ให้ ก็อย่าหวังว่าจะเป็นผู้รับในเวลาเดียวกัน
    ถ้าให้แล้ว มัวแต่คิดว่าทำไมไม่เห็นได้อะไรตอบกลับมาเลยจากการให้
    ก็อย่าคิดที่จะให้อะไรเลยคงจะดีกว่า...
    แต่ในทางกลับกัน...ถ้าคิดว่าถ้าเค้าให้เรากลับมาบ้างก็คงจะดี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร
    แบบนี้เราจะมีความสุขมากกว่าไหม??
    ถ้าเป็นแบบนี้คนรับก็คงจะมีความสุขไม่อึดอัดที่จะเป็นผู้รับด้วยเหมือนกัน

    หลายๆครั้งเราเลยเลือกที่จะเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ
    เพราะถ้าเป็นผู้รับแล้วผู้ให้หวังอยากได้สิ่งตอบแทนอะไรบ้างจากผู้รับ
    เราคงอึดอัดเพราะบางทีสิ่งที่ผู้ให้ร้องขอเป็นสิ่งที่ผู้รับอย่างเราให้ไม่ได้

    อย่าไปคาดหวัง ว่าจะต้องได้อย่างงั้น อย่างงี้ อย่างโง้นกลับมา
    เพราะถ้าเป็นแบบนั้นทั้งคนให้และคนรับก็คงไม่มีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย

    ลองคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบนี้หรือเปล่า??
    ถ้าถามเรา...เราคิดว่าเราไม่เป็นนะ ถ้าคิดจะให้ก้อไม่คิดว่าจะได้รับอะไรกลับมา
    อาจจะหวังอยู่บ้าง..แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร
    ไม่ได้เรียกร้องว่าเธอต้องมี feedback กลับมาให้ฉันบ้าง
    ไม่อย่างงั้นก้อไม่ให้อะไรเลย....
    หรืออาจจะคิดได้อีกแง่นึงว่า...เพราะตัวเองไม่ค่อยจะให้อะไรใคร
    ก้อเลยไม่เคยคิดที่จะหวังอะไรจากใคร
    อืมม...ก็อาจจะเป็นไปได้!!
    September 22

    นี่แหละตัวฉัน

    ช่วงนี้เป็นช่วงวุ่นวายของชีวิตช่วงนึงเลยทีเดียวเชียว
    ทั้งๆที่บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาๆก้อได้...
    แต่เราเองกลับทำให้มันวุ่นวาย...

    เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบ หรือไม่พอใจอะไรก็จะพูดและแสดงออกมาอย่างชัดเจน
    เพราะรู้ว่าเป็นคนแบบนี้...บางครั้งเลยหลีกเลี่ยงที่จะคุยหรือเผชิญหน้ากัน
    ดีกว่าที่จะต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่อง(ที่อาจจะ)ไม่เป็นเรื่อง
    เพราะเป็นคนที่พูดคำไหนก้อคำนั้น...ไม่ก้อไม่ ใช่ก้อใช่
    ก้อเลยเกลียดและไม่อยากเจอคนที่กลับคำตัวเอง
    แบบพูดอีกอย่าง แต่ทำอีกอย่าง
    แต่บางทีก้อหลีกเลี่ยงไม่ได้...มันก้อเลยรู้สึกไม่ชอบแล้วก้อไม่พอใจบ่อยๆ
    ยิ่งถ้าคนๆนั้นเป็นคนที่เราสนิทด้วยแล้ว...มันหงุดหงิดมากมายนะ

    แต่ก็ชั่งมันเหอะ...เราก็เป็นของเราแบบนี้แหละ
    ถ้าคนอื่นเค้าไม่ว่าอะไร ก้อคงมีเราคนเดียวที่แปลกประหลาด
    รับอะไรไม่ได้กับเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้...
    ถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจก้ออยากจะบอกว่า...ขอโทษ...
    แล้วถ้าคนอื่นเค้าเห็นดีเห็นงามก้ออย่ามาใส่ใจอะไรกับเราแค่คนเดียวเลยก้อแล้วกัน

    พีเอสหนึ่ง. นิสัยแปลกๆของเรายังมีอีกเยอะ...ไว้จะค่อยๆทะยอยบอกแล้วกันนะ
                 จะได้ทะยอยรับไม่ได้...ฮะฮะฮะ
    พีเอสสอง. ไม่ได้น้อยใจนะ...แค่รู้สึกว่าบางทีเราเองก้อมากหรือเกินไปเท่านั้นเอง






    September 15

    Six Degrees of Separation

    เชื่อมั้ย??ว่าทุกคนในโลกนี้รู้จักกัน??
    ถ้าไม่เชื่อไปดูทฤษฎี Six Degrees of Separation กัน
    ไอทฤษฎีนี่เนี่ยนะมันหมายความว่า...
    เราสามารถรู้จักใครก็ได้ในโลกนี้ โดยผ่านคนเพียงแค่ 6 คน
    ตัวอย่างก็เช่น เราอยากรู้จัก  เจ้าชายวิลเลี่ยม
    เจน รู้จัก --> กี้ (รีโว้ว) (เพื่อนกลุ่มเดียวกับไอยวัด) --> ไอ(รีโว้ว) (เป็นลูกคิงพาวเวอร์ที่ไปเล่นโปโลกับเจ้าชายวิลเลี่ยม) --> เจ้าชายวิลเลี่ยม
    หรืออยากรู้จักกับ จอช์จ ดับเบิ้ลยู บุช
    เจน รู้จัก --> จิน(เพื่อนน้องจีนที่เรียนอยู่ รัฐศาสตร์จุ ฬาฯ อยู่กลุ่มเดียวกับอุ๊งอิ๊ง) --> อุ๊งอิ๊ง(ลูกสาวนายก) --> ท่านนายก(เพื่อนคุณจอร์ช) --> จอช์จ ดับเบิ้ลยู บุช
    หรืออยากจะรู้จักกับ ยามะพี
    เจน รู้จัก --> ยิ้ม(เพื่อนกับน้องกอล์ฟที่ ร่วมฤดี) --> น้องกอล์ฟกะน้องไมค์(ทำงานกับยามะพีที่ญี่ปุ่น) --> ยามะพี
    เห็นมั้ย...เชื่อหรือยัง???
    นี่ยังไม่ถึง 6 คนเลย...
    ทีนี้คนทั้งโลกก็เป็นเพื่อนกัน ^-^

    พีเอส. แทงกิ้วน้องจีนที่จุดประกายความคิดมาตั้งนานแล้ว
            แทงกิ้วสุดสัปดาห์ที่ทำให้คนทั้งโลกเป็นเพื่อนกัน


    September 01

    ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

    กลายเป็นเรื่องใหญ่สะแล้ว!!
    อยู่ดีๆก็รุ้สึกเข้าใจโบ๊ทขึ้นมาสะอย่างงั้น!!

    ไม่ได้อยากแก้ตัว..แต่จะบอกว่าไม่ได้อินเลิฟนะ...
    ของแบบนี้มันต้องดูๆกันต่อไป...ต้องดูกันนานๆ
    (นานจนถึงเมื่อไหร่ก้อไม่รุ้ ให้คำตอบไม่ได้...เหอเหอ)
    ยังไม่ได้ถึงกับว่าชอบ แค่รู้สึกว่าคนคนนี้เป็นคนดีเฉยๆ
    เด๋วนี้คนดีๆหายาก...แต่คนที่ดี ก้อไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่ใช่ทุกๆครั้งเสมอไป ไม่ใช่หรอ??

    เข้าใจว่าเพื่อนๆอยากเลื่อนตำแหน่ง และไล่ออกจากชมรมเร็วๆ
    แต่เรายังไม่อยากออกนะ...ยังรักที่จะเป็นแบบนี้
    ยังไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง
    อย่าผลักไสไล่ส่งเราเลย...น้า~

    .........................................................................................................

    น้องกอล์ฟกะน้องไมค์น่ารักจิงๆเล๊ยย
    อยากได้น้องชายแบบนี้สัก 2 คน
    (><)

    いつまでもあなたは私の心にいる ^-^